คู่มือผู้ขับขี่
ขี่มอเตอร์ไซค์ในไทย ใบขับขี่ ค่าปรับ และด่านตำรวจ
อัปเดต 14 กันยายน 2569 : อ่าน 9 นาที
หน้านี้เขียนให้คนอ่านภาษาไทย ไม่ใช่ฉบับแปลจากหน้าอังกฤษ คนที่เข้ามาอ่านมักเป็นสามกลุ่ม คนไทยที่อยากไปสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์เองที่ขนส่ง คนไทยที่มีเพื่อนหรือแฟนเป็นชาวต่างชาติแล้วต้องตอบให้ได้ว่าเอกสารใบไหนใช้ได้จริง และคนต่างชาติที่อ่านไทยออก เราเลยเขียนสองด้านไว้ในหน้าเดียว ด้านไทยคือขั้นตอนและค่าธรรมเนียมจริงที่ขนส่ง ด้านต่างชาติคือใบขับขี่สากลและใบขับขี่ต้นทางที่ต้องพกคู่กัน ทุกตัวเลขในหน้านี้ตรวจสอบกับแหล่งที่ระบุชื่อไว้ท้ายหน้า ตัวไหนที่แหล่งข้อมูลยังไม่ตรงกัน เราเขียนตรงๆ ว่ายังไม่ตรงกัน ดีกว่าเดาให้ดูเนียน
คนต่างชาติขี่มอเตอร์ไซค์ในไทย ต้องมีอะไรบ้าง
สองใบ ไม่ใช่ใบเดียว คือใบขับขี่ของประเทศต้นทางที่ระบุสิทธิ์ขับขี่รถจักรยานยนต์ และใบขับขี่สากลที่ระบุประเภทรถจักรยานยนต์ไว้ในเล่ม ใช้คู่กันเสมอ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองเขียนไว้ชัดว่าใบขับขี่สากลต้องออกตามอนุสัญญาที่ไทยเป็นภาคี คืออนุสัญญาเจนีวา ค.ศ. 1949 หรืออนุสัญญาเวียนนา ค.ศ. 1968 และต้องใช้ร่วมกับใบขับขี่ของประเทศต้นทาง ใบขับขี่สากลใบเดียวโดดๆ ไม่ใช่เอกสารที่ใช้ได้ และใบขับขี่สากลที่มีแต่ประเภทรถยนต์ก็ไม่ครอบคลุมรถจักรยานยนต์ ไม่ว่ารถคันนั้นจะเล็กแค่ไหน
- ใบขับขี่จากประเทศต้นทาง ที่มีสิทธิ์ขับขี่รถจักรยานยนต์อยู่ในใบนั้นจริง
- ใบขับขี่สากล เล่มจริง ที่ประทับประเภทรถจักรยานยนต์ไว้ พกเล่มติดตัว ไม่ใช่ถ่ายรูปเก็บไว้ในมือถือ
- พาสปอร์ตพร้อมตราประทับเข้าเมือง
- คนต่างชาติที่อยู่ไทยยาวทำใบขับขี่ไทยได้ ขนส่งขอพาสปอร์ต หลักฐานที่พักในไทย ใบรับรองแพทย์ที่ออกไม่เกิน 30 วัน ใบขับขี่ต่างประเทศ และการอบรมออนไลน์ผ่านระบบ e-Learning ของกรมการขนส่งทางบก
ใบขับขี่รถยนต์ ขี่มอเตอร์ไซค์ไม่ได้ กฎข้อนี้ใช้กับคนไทยด้วย
เป็นเรื่องที่เข้าใจผิดกันมากที่สุด และเข้าใจผิดทั้งคนไทยและคนต่างชาติ ใบขับขี่รถยนต์กับใบขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นคนละใบ ใช้แทนกันไม่ได้ ถ้าถือใบขับขี่รถยนต์แล้วไปขี่มอเตอร์ไซค์ กฎหมายถือว่าคุณขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถสำหรับรถประเภทนั้น ไม่ใช่ความผิดเล็กน้อยแบบพกเอกสารไม่ครบ มันคือคนละฐานความผิด และเป็นฐานที่หนักกว่า ตรรกะเดียวกันนี้คือเหตุผลที่ใบขับขี่สากลประเภทรถยนต์ของนักท่องเที่ยวใช้กับมอเตอร์ไซค์ไม่ได้ ไม่ใช่เพราะตำรวจเข้มเป็นพิเศษกับชาวต่างชาติ แต่เพราะกฎหมายฉบับเดียวกันนี้ใช้กับทุกคนบนถนนเส้นเดียวกัน
โทษจริงตามกฎหมาย แยกให้ชัดสามกรณี
เว็บส่วนใหญ่เอาสามเรื่องนี้มาปนกันจนตัวเลขมั่ว ทั้งที่กฎหมายแยกไว้ชัดเจน สำนักงานกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม สรุปไว้ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 แบบนี้
- ไม่มีใบขับขี่ หรือขี่ผิดประเภทรถ ตามมาตรา 64 จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- มีใบขับขี่แต่ไม่ได้พกติดตัว ปรับไม่เกิน 1,000 บาท เป็นคนละฐานกับข้อบน และเบากว่าตรงที่ไม่มีโทษจำคุก
- ใบขับขี่หมดอายุ ปรับไม่เกิน 2,000 บาท เป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในสามข้อ และเป็นข้อที่คนลืมกันมากที่สุด
ทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์เอง ขั้นตอนจริงที่ขนส่ง
ถ้ายังไม่มีใบขับขี่รถจักรยานยนต์ ทางที่เร็วที่สุดคือจองคิวแล้วไปให้จบในรอบเดียว ไม่ต้องผ่านโรงเรียนสอนขับรถก็ได้ ถ้าไปสอบที่สำนักงานขนส่งเอง จองคิวผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก แล้ววันจริงจะเจอสี่ด่านตามลำดับนี้
- ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย มองเห็นสี สายตาทางกว้างและทางลึก และปฏิกิริยาเท้าในการเหยียบเบรก
- อบรมภาคทฤษฎี 5 ชั่วโมง นั่งจริง ไม่ใช่เซ็นชื่อแล้วกลับ เผื่อเวลาทั้งวันไว้เลย
- สอบข้อเขียน 50 ข้อ ภายใน 1 ชั่วโมง ต้องได้อย่างน้อย 90 เปอร์เซ็นต์ คือ 45 ข้อ ผิดได้ 5 ข้อเท่านั้น
- สอบปฏิบัติ 5 ท่า ท่าที่ตกกันบ่อยที่สุดคือขี่บนทางแคบโดยเท้าไม่แตะพื้น ซ้อมก่อนไปดีกว่าไปสอบใหม่
- ใบแรกที่ได้เป็นใบขับขี่ชั่วคราว อายุ 2 ปี ครบแล้วค่อยเปลี่ยนเป็นแบบ 5 ปี
ค่าใช้จ่ายจริง เป็นบาท และตัวที่เรายังไม่ยืนยัน
ตัวเลขที่เราตรวจสอบแล้วมีสองตัว ค่าธรรมเนียมใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว 100 บาท บวกค่าคำขอ 5 บาท รวม 105 บาท และค่าธรรมเนียมใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลแบบ 5 ปี รวมประมาณ 255 บาท จุดที่ต้องพูดตรงๆ คือมีแหล่งข้อมูลบางแห่งระบุค่าทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ใหม่ไว้ที่ 205 บาท ซึ่งไม่ตรงกับ 105 บาทข้างบน เราไม่ได้ยืนยันตัวเลข 205 บาทนี้กับกรมการขนส่งทางบกโดยตรง จึงไม่เขียนว่าตัวไหนถูก ถ้าจะไปสอบจริง เช็กหน้าค่าธรรมเนียมของ dlt.go.th หรือถามสำนักงานขนส่งที่จะไปก่อน ส่วนค่าใบรับรองแพทย์และค่าเช่ารถสำหรับสอบปฏิบัติ แต่ละคลินิกและแต่ละสำนักงานคิดไม่เท่ากัน เราไม่ได้ตรวจสอบตัวเลขพวกนี้ในรอบนี้ จึงไม่ลงตัวเลขไว้ให้
1 เมษายน 2569 อะไรที่เปลี่ยนไปจริง
สิ่งที่เปลี่ยนคือการบังคับใช้ ไม่ใช่ตัวค่าปรับ ช่วงผ่อนผันที่ตำรวจจราจรตักเตือนก่อนปรับสิ้นสุดลงวันที่ 31 มีนาคม 2569 และตั้งแต่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นมา มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับ 10 ฐานความผิดหลัก ตัวเลขข้างล่างนี้คือเพดานโทษสูงสุดตามกฎหมาย ไม่ใช่ยอดที่ด่านจะเรียกเก็บจากคุณจริง ยอดจริงที่ออกใบสั่งมักต่ำกว่าเพดานมาก แต่เพดานคือสิ่งที่กฎหมายเปิดช่องไว้ และตอนนี้ไม่มีโควตาตักเตือนฟรีรออยู่แล้ว
- ขับรถเร็วเกินกำหนด ปรับไม่เกิน 4,000 บาท
- ฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดง ปรับไม่เกิน 4,000 บาท
- ไม่หยุดให้คนข้ามทางม้าลาย ปรับไม่เกิน 4,000 บาท
- ใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่โดยไม่มีอุปกรณ์แฮนด์ฟรี ปรับไม่เกิน 4,000 บาท
- ขับรถย้อนศร ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
- ไม่สวมหมวกนิรภัย ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
- ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
- ขับรถโดยไม่มีใบขับขี่ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท และอาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน
- เมาแล้วขับ ปรับ 5,000 ถึง 20,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 1 ปี
- ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ปรับ 5,000 ถึง 20,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 1 ปี
โดนโบกเข้าด่าน ทำยังไงให้จบเร็วที่สุด
ด่านตรวจในกรุงเทพฯ เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ตำรวจขอดูใบขับขี่ บางครั้งขอดูพาสปอร์ตหรือสัญญาเช่าด้วย ถ้าเอกสารครบ ส่วนใหญ่จบใน 2 นาที สิ่งที่ทำให้เรื่องยาวคือท่าทีของคนขี่ ไม่ใช่ตัวเอกสาร
- ชิดซ้าย ดับเครื่อง ถอดหมวกกันน็อคและแว่นกันแดดก่อนพูด ให้เขาเห็นหน้า
- สวัสดีครับหรือสวัสดีค่ะ ยกมือไหว้ พูดเสียงปกติ ไม่ต้องอธิบายยาว
- ยื่นเอกสารที่เขาขอ ไม่ยื่นทั้งกระเป๋า และไม่ยื่นเงินสด
- ถ้าโดนใบสั่ง รับใบสั่งไว้ แล้วไปชำระที่สถานีตำรวจหรือช่องทางที่ระบุในใบสั่ง ขอใบเสร็จทุกครั้ง ไม่มีใบเสร็จคืออย่าจ่าย
- ถ้าสื่อสารกันไม่รู้เรื่องจริงๆ สายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 รับสาย 24 ชั่วโมง และมีล่ามหลายภาษา
- เถียงที่ด่านไม่เคยทำให้เรื่องสั้นลง ถ้าไม่เห็นด้วยกับใบสั่ง ไปโต้แย้งตามช่องทางในใบสั่ง ไม่ใช่ริมถนน
ประกันคือเหตุผลที่ใหญ่กว่าค่าปรับ
ค่าปรับหลักพันเป็นเรื่องเล็กเมื่อเทียบกับสิ่งที่เสียจริงตอนเกิดเหตุ กรมธรรม์ประกันภัยรถภาคสมัครใจโดยทั่วไประบุข้อยกเว้นไว้ว่าไม่คุ้มครองกรณีผู้ขับขี่ไม่มีใบขับขี่หรือใบขับขี่หมดอายุ แปลว่าถ้าคุณขี่โดยไม่มีใบขับขี่ที่ถูกประเภทแล้วเกิดอุบัติเหตุ ความเสียหายของรถคันที่คุณขี่เป็นเรื่องของคุณคนเดียว ส่วนประกันภัยภาคบังคับตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เป็นคนละตัวและมีวงเงินจำกัด ดูแลค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นของผู้ประสบภัย ไม่ได้ซ่อมรถให้คุณ นี่คือเหตุผลที่ร้านเช่าที่ทำงานจริงจังถึงยืนยันเรื่องเอกสาร ไม่ใช่ความเรื่องมาก แต่เพราะวันที่มีเรื่อง เอกสารใบนั้นคือสิ่งเดียวที่ยืนอยู่ระหว่างคุณกับบิลทั้งใบ ก่อนออกขี่ อ่านเงื่อนไขกรมธรรม์ของรถคันนั้นเองเสมอ เพราะข้อยกเว้นของแต่ละบริษัทไม่เหมือนกันเป๊ะ
เช่ากับ NOIRR ใช้เอกสารอะไร
รถของ NOIRR เกิน 150cc ทุกคัน ผู้เช่าจึงต้องมีใบขับขี่รถจักรยานยนต์ไทย หรือใบขับขี่สากลที่ระบุประเภทรถจักรยานยนต์ พร้อมใบขับขี่ของประเทศต้นทาง ใบขับขี่สากลประเภทรถยนต์อย่างเดียวใช้ไม่ได้ และเราไม่ส่งมอบรถถ้าเอกสารไม่ถูกประเภท ตรงนี้ไม่มีข้อยกเว้นและไม่ต่อรอง ตอนนี้มีรถพร้อมให้เช่าคันเดียวคือ Ducati Monster 937 ราคา 3,500 บาทต่อวัน ส่งถึงที่ทั่วกรุงเทพฯ เลือกวันจากปฏิทินได้ที่หน้าจอง NOIRR ไม่ยึดพาสปอร์ตเป็นมัดจำ
คำถามที่พบบ่อย
มีใบขับขี่รถยนต์ ขี่มอเตอร์ไซค์ได้ไหม
ไม่ได้ ต้องมีใบขับขี่รถจักรยานยนต์แยกอีกใบ ถ้าถือใบขับขี่รถยนต์แล้วไปขี่มอเตอร์ไซค์ กฎหมายถือว่าขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถประเภทนั้น ตามมาตรา 64 พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 โทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ขนส่ง ค่าธรรมเนียมเท่าไหร่
ค่าธรรมเนียมใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว 100 บาท บวกค่าคำขอ 5 บาท รวม 105 บาท ส่วนแบบ 5 ปี รวมประมาณ 255 บาท มีแหล่งข้อมูลบางแห่งระบุ 205 บาทสำหรับใบใหม่ ซึ่งเราไม่ได้ยืนยันกับกรมการขนส่งทางบกเอง จึงแนะนำให้เช็กที่ dlt.go.th หรือสำนักงานขนส่งก่อนไป
สอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ยากไหม ต้องทำอะไรบ้าง
จองคิวผ่านแอป DLT Smart Queue แล้ววันจริงจะมีทดสอบสมรรถภาพร่างกาย อบรมภาคทฤษฎี 5 ชั่วโมง สอบข้อเขียน 50 ข้อ ต้องได้อย่างน้อย 45 ข้อ และสอบปฏิบัติ 5 ท่า ด่านที่คนตกบ่อยที่สุดคือขี่บนทางแคบโดยเท้าไม่แตะพื้น
ตั้งแต่ 1 เมษายน 2569 กฎจราจรเปลี่ยนอะไรไปบ้าง
ตัวค่าปรับไม่ได้ขึ้นใหม่ สิ่งที่เปลี่ยนคือช่วงผ่อนผันที่ตักเตือนก่อนปรับสิ้นสุดลงวันที่ 31 มีนาคม 2569 แล้วเริ่มบังคับใช้เข้มกับ 10 ฐานความผิดหลักตั้งแต่ 1 เมษายน 2569 เช่น ไม่สวมหมวกนิรภัย ปรับไม่เกิน 2,000 บาท ฝ่าไฟแดง ปรับไม่เกิน 4,000 บาท ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพดานสูงสุดตามกฎหมาย ไม่ใช่ยอดที่เรียกเก็บจริงทุกกรณี
เพื่อนชาวต่างชาติจะขี่มอเตอร์ไซค์ในไทย ต้องเตรียมอะไร
ใบขับขี่ของประเทศต้นทางที่มีสิทธิ์ขับขี่รถจักรยานยนต์ บวกใบขับขี่สากลที่ประทับประเภทรถจักรยานยนต์ไว้ในเล่ม ใช้คู่กันเสมอ พกเล่มจริงติดตัวพร้อมพาสปอร์ต ใบขับขี่สากลที่มีแต่ประเภทรถยนต์ใช้กับมอเตอร์ไซค์ในไทยไม่ได้ ไม่ว่ารถจะเล็กแค่ไหน
เช่ามอเตอร์ไซค์กับ NOIRR ต้องใช้ใบขับขี่อะไร
ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ไทย หรือใบขับขี่สากลที่ระบุประเภทรถจักรยานยนต์พร้อมใบขับขี่ต้นทาง เพราะรถทุกคันเกิน 150cc ใบขับขี่สากลประเภทรถยนต์อย่างเดียวใช้ไม่ได้ ตอนนี้จองได้คันเดียวคือ Ducati Monster 937 ราคา 3,500 บาทต่อวัน ส่งถึงที่ทั่วกรุงเทพฯ
พร้อมออกถนนแล้วใช่ไหม
ตอนนี้ NOIRR มีรถพร้อมให้เช่าคันเดียวคือ Ducati Monster 937 ราคา 3,500 บาทต่อวัน ส่งถึงที่ทั่วกรุงเทพฯ เลือกวันจากปฏิทินได้เลย เตรียมใบขับขี่รถจักรยานยนต์ไทย หรือใบขับขี่สากลประเภทรถจักรยานยนต์พร้อมใบขับขี่ต้นทางมาด้วย
จอง Ducati Monster 937อ่านต่อ
แหล่งข้อมูล
ตรวจสอบเมื่อ 14 กันยายน 2569 กฎหมายและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ ก่อนใช้ตัวเลขใดตัดสินใจ เช็กกับกรมการขนส่งทางบกหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง หน้านี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย
- สำนักงานกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม ขับรถโดยไม่มีใบขับขี่ ผิดกฎหมายหรือไม่
- กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ การขอใบขับขี่ไทยครั้งแรกและกฎการขับขี่ในประเทศไทย
- ขั้นตอนสอบใบขับขี่ 2569 พร้อมค่าธรรมเนียมและการอบรม 5 ชั่วโมง
- ค่าธรรมเนียมต่อใบขับขี่ 2569 แยกตามประเภทรถ
- มีใบขับขี่รถยนต์แล้ว ขี่มอเตอร์ไซค์ได้เลยไหม เปิดข้อกฎหมายที่หลายคนยังเข้าใจผิด
- The Nation Thailand การบังคับใช้กฎจราจรเข้ม 10 ฐานความผิด ตั้งแต่ 1 เมษายน 2569
- The Thaiger 10 ฐานความผิดจราจรและอัตราโทษ
- การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155
- อลิอันซ์ อยุธยา ประกันรถไม่จ่าย เคลมไม่ได้ เรื่องควรรู้
- รู้ใจ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ พ.ร.บ. คุ้มครองอะไรบ้าง